Tips for consumer
18 มี.ค. 69
หลายคนที่กำลังเลือกซื้อแอร์ อาจสงสัยว่า แอร์ 9,000 BTU เหมาะกับห้องแบบไหน ใช้แล้วจะเย็นพอไหม และควรดูแลอย่างไร ให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่กินไฟเกินจำเป็น
ในบทความนี้ Mitsubishi Heavy Duty จะพาคุณมาทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ ตั้งแต่การเลือกขนาดแอร์ให้เหมาะกับห้อง ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลรักษา เพื่อให้คุณใช้งานแอร์ได้อย่างคุ้มค่า เย็นสบาย และยืดอายุการใช้งานในระยะยาว ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเลย
BTU (British Thermal Unit) คือ หน่วยวัดพลังงานความร้อน ที่ใช้ในการระบายความร้อนของเครื่องปรับอากาศ โดยแอร์ที่มีกำลัง BTU สูงจะสามารถทำความเย็นได้ดี แต่ก็ต้องพิจารณาขนาดห้องด้วยเช่นกัน เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
นอกจากนี้ ควรเลือกแอร์ติดผนัง หรือเครื่องปรับอากาศที่มี BTU เหมาะกับพื้นที่ห้อง จะช่วยให้ประหยัดพลังงาน และลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ นอกจากนี้ ยังทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายโดยไม่จำเป็น
แอร์ 9000 BTU เหมาะกับห้องขนาดเล็ก 9 - 12 ตารางเมตร อย่างไรก็ตาม หากห้องมีจำนวนคนอยู่เยอะ หรือมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ทำให้เกิดความร้อนมาก ควรพิจารณา BTU ที่สูงขึ้นมากกว่าขนาดที่แนะนำ
การคำนวณ BTU ให้เหมาะกับขนาดห้อง สามารถทำได้โดยใช้สูตรคำนวณ BTU พื้นฐานแบบง่าย ๆ ได้ดังนี้
วัดขนาดห้อง: ความยาว × ความกว้าง (หน่วย: เมตร)
คำนวณพื้นที่ห้อง: พื้นที่ (ตร.ม.) = ความยาว × ความกว้าง
คำนวณ BTU: ใช้ค่าประมาณ 750 - 900 BTU ต่อ 1 ตารางเมตร (หากมีหน้าต่างหรือโดนแดด แนะนำให้เพิ่มค่าตัวแปรเป็น 1,000 Btu/h ต่อ 1 ตารางเมตร)
ทั้งนี้ สูตรที่แนะนำ จะเหมาะกับห้องทั่วไป ที่มีเพดานสูงไม่เกิน 2.5 เมตร
ห้องนอนทั่วไป: ขนาด 4 × 5 เมตร พื้นที่ 20 ตร.ม. BTU ที่เหมาะคือ 20 × 750 = 15,000 BTU หรือควรใช้แอร์ขนาด 15,000 Btu/h หรือหากห้องมีหน้าต่างหรือโดนแดด ให้เปลี่ยนค่าตัวแปรเป็น 900 Btu/h ก็จะคำนวณได้ขนาด 18,000 Btu/h
ห้องขนาดเล็ก (คอนโด): ขนาด 3 × 3 เมตร พื้นที่ 9 ตร.ม. BTU ที่เหมาะคือ 9 × 750 = 6,750 BTU (ทั้งนี้ เวลาเลือกจริงควรขยับเป็นแอร์ 9000 BTUเพื่อให้เครื่องไม่ทำงานหนักเกินไป)
หากคุณกำลังมองหาแอร์ติดผนัง หรือเครื่องปรับอากาศ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงาน หรือ Non-Inverter ที่คุ้มค่าในการใช้งาน “Mitsubishi Heavy Duty” ก็มีให้เลือกหลากหลายรุ่น หลายขนาด พร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยให้แอร์เย็นสบายอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดไฟ และเหมาะกับทุกลักษณะการใช้งานในระยะยาว
การดูแลแอร์อย่างถูกวิธี จะช่วยให้ห้องเย็นเร็ว ประหยัดไฟ และช่วยยืดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะแอร์คุณภาพ อย่าง Mitsubishi Heavy Duty ที่หากดูแลอย่างสม่ำเสมอ ก็จะยิ่งทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยเรามี 5 วิธีดูแลเครื่องปรับอากาศ ให้เย็นนาน และประหยัดไฟมาฝากกัน ดังนี้
เริ่มต้นด้วยการล้างแอร์ทุก ๆ 6 เดือน เพื่อกำจัดฝุ่น คราบสกปรก และเชื้อราที่สะสมอยู่ภายในเครื่อง ทำให้ลมเย็นสะอาด และลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน การล้างแอร์ตามรอบ จะช่วยลดปัญหากลิ่นอับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ไม่ควรมองข้าม โดยควรล้างแผ่นกรองทุก 2 - 4 สัปดาห์ โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน ที่เปิดแอร์บ่อย เพราะแผ่นกรองที่สะอาด จะช่วยให้ลมแรงขึ้น อากาศถ่ายเทดี และช่วยลดฝุ่นละออง รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ภายในห้องอีกด้วย
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบระดับน้ำยาแอร์เป็นระยะ หากน้ำยาแอร์พร่อง หรือรั่ว จะทำให้แอร์เย็นช้า และกินไฟมากกว่าปกติ โดย สัญญาณที่พบได้บ่อย ๆ คือ แอร์ไม่เย็นเหมือนเดิม มีน้ำหยดผิดปกติ หรือมีน้ำแข็งเกาะบริเวณคอยล์เย็น ถ้าพบความผิดปกตินี้ แนะนำให้เรียกช่างผู้ชำนาญมาตรวจเช็ก อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ตามรอบการล้างแอร
การตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสมก็เป็นวิธีที่ดี ที่จะช่วยประหยัดไฟได้ โดย อุณหภูมิที่แนะนำคือ ประมาณ 25 - 26 องศาเซลเซียส ซึ่งจะให้ความเย็นสบาย และไม่ทำให้เครื่องทำงานหนักเกินไป หากใช้พัดลมช่วยกระจายลมเย็นร่วมด้วย ก็จะยิ่งช่วยลดภาระของแอร์ และทำให้ห้องเย็นทั่วถึงมากขึ้น
ในช่วงหน้าฝน เราควรใส่ใจเรื่องท่อน้ำทิ้ง และความชื้นภายในเครื่องเป็นพิเศษ เพราะความชื้นสูงอาจทำให้เกิดน้ำหยด หรือกลิ่นอับได้ง่าย ดังนั้น ควรตรวจสอบท่อน้ำทิ้งไม่ให้อุดตัน และหากเครื่องมีระบบ Self Clean ก็ควรเปิดใช้งานเป็นประจำ เพื่อช่วยลดความชื้น และการสะสมของเชื้อรา
ใครกำลังมองหาแอร์ 9000 BTU ที่เย็นเร็ว ลมแรง ประหยัดไฟ ช่วยให้อากาศสะอาด ทนทาน และควบคุมง่าย ขอแนะนำแอร์ Mitsubishi Heavy Duty “Butta Series” รุ่น SRK10YYS-W1/B ขนาด 9,633 BTU ครบจบในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็กถึงกลาง เช่น ห้องนอน คอนโด หรือห้องทำงาน ที่ต้องการคุณภาพระดับพรีเมียม พร้อมดีไซน์ Limited Edition
ด้วยนวัตกรรม Real Inverter ที่เน้นความทนทาน และการประหยัดพลังงาน รวมถึงได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 3 ดาว สบายใจได้ ค่าไฟไม่พุ่ง
ด้วยเทคโนโลยี Jet Flow ส่งลมแรง และไกลในลักษณะใบพัดเครื่องยนต์เจ็ท ผสานระบบ HI POWER ช่วยเร่งความเย็นได้อย่างรวดเร็ว และ 3D Auto กระจายลมเย็นรอบทิศทาง
ด้วย Wireless Control System ใช้งานร่วมกับแอป Smart M-Air ตั้งเวลา เปิด-ปิด หรือเช็กสถานะเครื่องได้ทุกที่ทุกเวลา
ด้วย Nano Air Filter ช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และมี Anti Allergy & Activated Carbon Filter ช่วยดักจับสารก่อภูมิแพ้ และดูดซับก๊าซอันตราย เสริมด้วยเทคโนโลยี 24 Hrs. ION ปล่อยประจุลบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้อากาศสดชื่นเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะกับบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้แพ้ง่าย
แอร์รุ่นนี้มาพร้อมการเคลือบ Blue Fin ช่วยป้องกันการกัดกร่อน โดยเฉพาะบ้านใกล้ทะเล หรือพื้นที่ชื้น และยังมีระบบ Self Clean Operation ที่ช่วยลดความชื้นภายในเครื่อง ยับยั้งเชื้อราและกลิ่นอับ ทำให้ดูแลรักษาง่าย และยืดอายุการใช้งาน
หากคุณกำลังมองหาแอร์ 9000 BTU หรือแอร์ติดผนังหลาย BTU ที่ทั้งประหยัดไฟ เย็นเร็ว และดูแลสุขภาพได้ครบจบในเครื่องเดียว ขอแนะนำผลิตภัณฑ์จาก “Mitsubishi Heavy Duty” ที่มีให้เลือกหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ Standard non-Inverter ไปจนถึงพรีเมียม Inverter ด้วยฟังก์ชันจัดเต็ม
ทั้งส่งลมแรง ประหยัดพลังงาน ควบคุมง่าย และอากาศสะอาดเพื่อคนที่คุณรัก พร้อมมอบอากาศเย็นสบาย คุณภาพสูง และความคุ้มค่าเหนือระดับให้บ้านคุณ สนใจติดตามข่าวสาร ติดต่อ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Facebook Page: Mitsubishi Heavy Duty Thailand
Website: www.mitsuheavythai.com
Line: @mitsuheavydutyTH
Lazada: Mitsubishi Heavy Duty